หลังจากที่เราทราบวิธีการจัดการกระบวนการนำเข้าแล้ว ทีนี้เรามารู้จักกลยุทธ์บุกตลาดจีนกันดีกว่า สินค้ามากมายในตลาดออนไลน์จีน บ้างก็ดังเป็นพลุแตก บ้างก็ดับไปในความมืด เป็นเพราะอะไรส่วนมากแล้วในตลาดออนไลน์จีนมีสิ่งที่สำคัญที่ต้องระมัดระวัง ในกลยุทธ์จำหน่ายสินค้า โดยมีปัจจัยดังต่อไปนี้

 

1) คำค้นหา ต้องตรง ปัจจุบันเวลาชาวจีนจะซื้อสินค้าใดสินค้าหนึ่ง มักจะเลือกคำค้นหาที่ง่ายและกระชับ หรือบางทีหากเขาไม่รู้ชื่อสินค้านั้นๆ เขามักจะใช้คำกว้างๆ ที่อยู่ในหมวดหมู่ของสินค้านั้นๆ ยกตัวอย่าง เช่น หากลูกค้าต้องการซื้อครีมบำรุงจากไทย แต่ลูกค้ายังไม่ได้กำหนดในใจว่า เป็นยี่ห้ออะไร ลูกค้าจะใช้ค้นหาง่ายๆ อย่างเช่น “ครีม นำเข้า ประเทศไทย” “ครีมหอยทาก” หรือ “ครีมหน้าขาว” เป็นต้น ซึ่งคำค้นหาเหล่านี้ เราจำเป็นต้องระบุลงไปในชื่อสินค้าของเราเช่นกัน เพราะอะไร? เพราะถ้าเราไม่ระบุ เขาอาจจะหาสินค้าไม่เจอ บางทีการค้นหาอย่างเช่น “นำเข้า ประเทศไทย” มีมากกว่า 100 หน้า และใน 1 หน้ามีสินค้ากว่า 40 รายการจากแต่ละผู้ขาย ซึ่งคงไม่มีใครอยากจะไล่เรียงค้นหาสินค้าจนถึงเจอสินค้าเราหรอก จริงไหม?!

2) ลงโฆษณาให้ สินค้าเด้งมาอยู่แนวหน้า ปัจจุบันลูกค้าส่วนมากจะหาสินค้าโดย ยึดจากปัจจัยไม่กี่อย่าง เช่น ภาพรวม ความสนใจของผู้ซื้อส่วนใหญ่ ยอดจำหน่าย ความน่าเชื่อถือ ราคา รวมไปถึง แหล่งจัดส่งในพื้นที่ผู้ซื้อ ฟรีค่าจัดส่ง เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้สินค้าที่เราอยู่อันดับต้นๆ นอกจากจะลงโฆษณากับตลาดออนไลน์นั้นๆ ทาง BIC มีบทสัมภาษณ์กับผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรงจากผู้ประสบความสำเร็จจากการลงโฆษณาขายสินค้าจาก Taobao มาให้ท่านได้ลองอ่านกัน

3) การบริการหลังการขายเป็นเลิศ ระมัดระวังลูกค้าบ่น ลูกค้านักช็อปออนไลน์ชาวจีน นอกจากดูปัจจัยหลากหลายแล้วยังชอบที่จะดู บทวิจารณ์ในร้านต่างๆ จากลูกค้าคนอื่นอีกด้วย นั่นเพราะว่า เกรงว่าตัวเองจะเลือกซื้อสินค้าแล้วได้สินค้าที่ไม่ดี โดยปัจจัยในการให้ข้อคิดเห็นจะประกอบด้วย

3.1) สินค้าตรงกับที่บรรยายสรรพคุณไว้หรือไม่ อย่าโม้เกินสรรพคุณ อย่าตัดต่อภาพถ่ายเกินจริง เพราะมันจะกระทบกับภาพรวมของความพึงพอใจลูกค้า

3.2) บริการของฝ่ายช่วยเหลือลูกค้า การมีฝ่ายช่วยเหลือลูกค้าในเวลางาน จะช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าง่ายขึ้น เพราะพวกเขามักจะถามจุกจิกในตัวสินค้า ยอมเขาหน่อย เขาจะซื้อและเป็นลูกค้าประจำในที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยให้ลูกค้าพอใจ หากเกิดความไม่สบายใจ หรือปัญหาหลังการขาย

3.3) ความเร็วในการจัดส่งสินค้า หมายถึง เราควรส่งสินค้าในระยะเวลาตามที่ตกลงกันไว้ หากจะส่งสินค้าล่าช้า ก็ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบเสียก่อน

 
(ร้านค้าใน Taobao กำลังจัดการนำสินค้าใส่กล่องเพื่อจัดส่งไปยังลูกค้า)

 

3.4) ความเร็วในการขนส่งสินค้า หมายถึง บริษัทในการจัดส่งสินค้า ทำงานได้รวดเร็วเพียงไร หากเกิดปัญหาควรให้บริษัทจัดส่งสินค้ารีบแจ้งมายังผู้ขาย เพื่อชี้แจงให้กับลูกค้าทราบต่อไป

4) ราคาสินค้าไม่แพงและไม่ถูกจนเกินไป สินค้าที่วางขายในตลาดออนไลน์ ราคาเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก เพราะชาวจีนจำนวนไม่น้อยเลย คิดเสมอว่า “ของดีไม่มีถูก ของถูกไม่มีดี” เหมือนกับคนไทยเราๆ นี่แหละ แต่ในเรื่องการตั้งราคา หากสินค้าที่เราขายมีร้านอื่นลองอยู่แล้ว เราก็สามารถลองค้นหาราคากลางได้ แล้วตั้งราคานั้นๆ แต่ถ้าจะขายแบบทุ่มตลาดไปเลย ก็ควรติดภาพโฆษณาชวนเชื่อว่าทำไมถึงขายถูกได้ขนาดนี้ เพราะขายตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง หรืออย่างไร

5) ตกแต่งในร้านให้ดูเป็นมืออาชีพ อย่าขายสินค้าโดยไม่ตกแต่งร้าน จะทำให้ลูกค้าเมินเฉยได้ง่ายๆ

 
(ภาพบรรยายน่าเชื่อถือ ทำให้น่าซื้อ)

 

6) สินค้าคุณภาพไร้ที่ติ อย่าขายสินค้าใกล้หมดอายุ เพราะหลังจากที่ลูกค้าซื้อไปแล้ว บางทีอาจจะไม่ได้ใช้ทันที พอใกล้หมดอายุแล้วถึงจะใช้ พวกเขามีสิทธ์จะ “ต่อว่าคุณในภายหลังได้” ไม่ใช่ว่าเขาซื้อแล้วจบไป มีผลอย่างมากต่อการพิจารณาของลูกค้ารายต่อไป และคำวิจารณ์นั้น ไม่สามารถลบได้นอกจากเรื่องนี้จะให้ลูกค้าเป็นคนแก้ไขเอง จากประสบการณ์โดยตรง ทางผู้ขายจะอ่อนไหวและยอมอ่อนข้อ ให้กับลูกค้าที่วิจารณ์รุนแรงพร้อมรูปถ่าย ดังนั้นผู้ที่จะต่อสู้ในตลาดนี้ได้ ต้องยอมลูกค้าไว้ และหาทางประนีประนอมจนถึงที่สุด

7) บรรจุภัณฑ์แข็งแรง ดุจกล่องสมบัติ ถ้าหากจะขายสินค้าออนไลน์แล้ว การบรรจุสินค้าให้แน่นหนามั่นคงเพื่อให้รอดพ้นจากการแตกหักเสียหายเป็นสิ่งจำเป็นมาก สินค้าที่เข้าสู่ระบบขนส่งสินค้าในจีนแล้ว จะถูกส่งต่อไปยังในศูนย์กระจายสินค้าต่างๆ ซึ่งเมื่อเข้าไปในศูนย์กระจายสินค้าแล้ว เจ้าหน้าที่หลายแห่งของบริษัทขนส่งมักจะทำการ “โยน” เพื่อแยกสินค้า ดังนั้นเพื่อให้สินค้าถึงลูกค้าปลอดภัยจึงจำเป็นต้องบรรจุให้แข็งแรง มีการห่อหลายชั้น ถ้าเป็นครีมต่างๆ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะลูกค้ามีสิทธิจะเรียกร้องความเสียหายจากผู้ซื้อได้!

 
(วิธีการแยกพัสดุไปยังแต่ละพื้นที่รับผิดชอบที่อาจทำให้สินค้าชำรุดได้)

 

8) ช่องทางโฆษณาหลากหลาย เกาะติดประเภทลูกค้า เพราะลูกค้าจำนวนมาก ก็ย่อมมีความสนใจต่างกัน เราจะต้องเลือกโฆษณาสินค้าของเราผ่านช่องทางออนไลน์หลายประเภท เช่น QQ Wechat Weibo เว็บไซต์ เป็นต้น แต่การโฆษณานั้นก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อยอดการสั่งซื้อมาก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าสื่อพวกนี้เพื่อค้นหาสินค้า แต่มักจะดูจากปัจจัย 7 ข้อบนเสียมากกว่า แต่การมีช่องทางโฆษณาดังกล่าวก็จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของร้านค้ามากขึ้น

 

ในปัจจุบันสินค้าไทยกำลังติดตลาดจีนหลายตัวเช่นกัน แต่จะติดตลาดมากกว่า หากสินค้าในตลาดท้องถิ่นไทย มีเอกลักษณ์ กลิ่นอายความเป็นไทย ทำตลาดได้ในประเทศจีน อีกทั้งมันจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจ SME ได้รับการพัฒนาขยายขนาดอย่างต่อเนื่องในตลาดแห่งนี้ และช่วยให้สามารถยืนยันในภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัวอยู่ ในประเทศจีนซึ่งคาดว่ากำลังผ่านพ้นจุดตกต่ำของเศรษฐกิจไปแล้ว และกำลังมีเสถียรภาพในอนาคต ตลาดแห่งนี้เป็นความหวังของผู้ประกอบการไทยได้อย่างแน่นอน! ทาง BIC หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการไทยทุกคน และทาง BIC จะหาสาระดีๆ เกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์จีนมาเสนอในบทความต่อๆ ไป

 

 

จัดทำโดย นายกองพล กำจรสุขรุจี 
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ 
ข้อมูลอ้างอิง : 
1) Fedex Thailand ในหัวข้อ ข้อจำกัดของการจัดส่งพัสดุแบบ Delivered Duty Paid (DDP) 
2) ฐานความรู้บน BBS Taobao ในหัวข้อ 天猫和淘宝的区别是什么

 

 

 

 

 

Sidebar Menu